เราจะคิดถึงวันที่สวยงาม (เมื่อเวลาผ่านไป)
* * * * * * * * * *
ผมไม่รู้ว่านักเดินทางคนหนึ่งจะรู้สึกอย่างไร เมื่อต้องเดินเข้ามายังสถานที่สำหรับไว้อาลัยผู้คนจำนวนหนึ่ง หลากหลายอารมณ์ชวนให้ผมรู้สึกหดหู่มากกว่าจะรู้สึกสนุกสนาน ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริงแต่บรรยากาศมันก็ชวนสะท้อนให้เราเห็นความกดดันทางการบ้านการเมืองที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
สงครามได้ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งด้านร่างกาย ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในรุ่นถัดๆไป ไม่มีใครคนใดสามารถยืนยันได้หรอกว่า สงครามในวันนี้มันได้จบสิ้นลงไปแล้ว ตราบใดก็ตามที่ความคิดเห็นของเราไม่ลงรอยกัน เมื่อนั้นสงครามก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ และมันก็มักจะเริ่มคุกรุ่นขึ้นจากไฟที่อยู่ในหัวใจเราเอง
ความคิดถึงอาจถูกเยียวยา แต่มันก็มิอาจถูกรักษาให้หายขาดได้ บาดแผลยังคงส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่แวะเวียนผ่านเข้ามา ผมอาจเป็นหนึ่งในนักเดินทางที่กำลังจ้องมองผลลัพธ์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ทว่าคำถามสำคัญที่ผลุดขึ้นมาในหัวก็คือ เราได้รับบทเรียนอะไรบ้างจากความขัดแย้งในช่วงเวลานั้น ในเมื่อเราเองก็ต่างเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาตั้งแต่อดีตกาล หากการผ่อนปรน การรับฟังความคิดเห็นของกันและกันสามารถหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพอจะประนีประนอมกันได้ สังคมที่สงบสุขย่อมเกิดขึ้นได้หากเราเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน
ที่นี่อาจเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ช่วยให้นักเดินทางอย่างผมเข้าใจเหตุการณ์ในอดีตได้ดีขึ้น เราเรียนรู้ผลกระทบจากอดีตเพื่อที่จะไม่กลับไปทำให้มันเกิดขึ้นอีก หากมองกลับมาที่ตัวเรา มันก็คงไม่ต่างอะไรไปจากการใช้ชีวิตในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ของพวกเรา เราต่างมีบทเรียนที่สำคัญจากเมื่อวานช่วยสอนสั่งให้เราก้าวเดินต่อไปในวันนี้ และในระยะยาวเราต่างหวังว่าการพัฒนาของสังคมจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น หากเราจำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยจุดเล็กๆอย่างตัวเรา แล้วค่อยๆส่งต่อความดีงามเหล่านั้นให้แก่สังคม
Theexplorerphotographer
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น